Home | Sitemap | Contect us  

Home | patient

ปฏิบัติตัวอย่างไร...เมื่อธัยรอยด์เป็นพิษ

งานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ
ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ผู้เรียบเรียง รุ่งฤดี จิณณวาโส และ ภัทราพร พูลสวัสดิ์

 

ธัยรอยด์เป็นพิษ (Thyrotoxicosis ) หรือ ภาวะต่อมธัยรอยด์ทำงานมากเกินไป (Hyperthyroidism ) คือ ภาวะที่ต่อมธัยรอยด์มีการหลั่งฮอร์โมนธัยรอยด์ออกมาในกระแสเลือดมากผิดปกติ ซึ่งจะไปมีผลในการกระตุ้นเซลล์ต่างๆ ของร่างกายให้ทำงานมากผิดปกติ จึงเกิดความผิดปกติต่างๆเกิดขึ้นในร่างกาย ต่อมธัยรอยด์ เป็นต่อมไร้ท่อที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายอยู่บริเวณส่วน หน้าของลำคอใต้ลูกกระเดือก รูปร่างคล้ายเกือกม้าแบ่งเป็นปีกซ้ายและปีกขวา เชื่อมต่อกันด้วยคอคอดตรงกลาง ขนาดปกติจะใหญ่กว่านิ้วหัวแม่มือของเจ้า ของต่อมเล็กน้อยและมองเห็นไม่ชัดเจน แต่ถ้าต่อมมีขนาดใหญ่กว่านี้ก็จะมองเห็นชัดว่ามีก้อนที่คอหรือมีคอโตเกิดขึ้น ต่อมธัยรอยด์ทำหน้าที่สร้างและหลั่งฮอร์โมนธัยรอยด์ออกมาสู่กระแสเลือดโดยใช้สารไอโอดีนจากอาหารที่เรา รับประทานเข้าไปเป็นวัตถุดิบ ฮอร์โมนธัยรอยด์ มีหน้าที่ ควบคุมอุณหภูมิในร่างกาย ความแข็ง แรงของกล้ามเนื้อ ระดับไขมันในเลือด การเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ส่งผลให้อวัยวะต่างๆทำงานเป็นปกติ รวมทั้งอารมณ์และความรู้สึก

สาเหตุ

  1. ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์หลั่งฮอร์โมนธัยรอยด ออกมามากผิดปกติ
  2. การอักเสบของต่อมธัยรอยด์จากระบบภูมิต้านทานของร่างกายเองหรือจาก การติดเชื้อบางชนิด
  3. การรับประทานฮอร์โมนธัยรอยด์เพื่อลดความอ้วน
อาการและอาการแสดง

อาการที่พบ คือ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว ขี้ร้อน เหงื่อออกมาก อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ กล้ามเนื้ออ่อนแรง หิวบ่อย รับประทานจุหรือรับประทานได้ตามปกติแต่ น้ำหนักลด ถ่ายเหลวบ่อยคล้ายท้องเดิน ผิวหนังละเอียดนุ่มอุ่นชื้น บางรายอาจมีฝ่ามือแดง ประจำเดือนผิดปกติ ต่อมธัยรอยด์โตหรือคอพอก ตาโปนออกมาหรือหนังตาหดรั้งขึ้นไปทำให้เห็นตาขาวข้างบนชัดจึงคล้ายเป็นคนตาดุ

การรักษา

แพทย์จะพิจารณาจากอายุ สภาพของผู้ป่วย ความรุนแรงของโรค โดยมีวิธีการรักษา 3 วิธี คือ

1. การรับประทานยา เพื่อลดการหลั่งฮอร์โมนธัยรอยด์จากต่อมธัยรอยด์ มีระยะเวลาในการรับประทานยาประมาณ 1 ? - 2 ปี จากนั้นแพทย์จะแนะนำให้หยุดยา ซึ่งหลังจากหยุดยาแล้วส่วนใหญ่มักหายขาดแต่ส่วนน้อยอาจกลับมาเป็นโรคได้อีกต้องรักษากันใหม่ และขณะรับประทานยาหากมีอาการเจ็บคอร่วมกับมีไข้ มีแผลในปาก หรือมีต่อมน้ำเหลืองข้างๆคอโตหรือเจ็บให้หยุดยาทันทีและรีบไปปรึกษาแพทย์

2. การดื่มน้ำแร่ไอโอดีนกัมมันตรังสี สารรังสีนี้จะไปทำลายต่อมธัยรอยด์ที่ทำงานมากเกินไปซึ่งวิธีนี้จะใช้ในผู้ใหญ่ สำหรับผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์ห้ามใช้วิธีนี้โดยเด็ดขาดเนื่องจากมีผลต่อเด็กในครรภ์ และหลังดื่มน้ำแร่ผู้ป่วยจำเป็นต้องรู้วิธีการดูแลตนเองที่ถูกต้อง ซึ่งแพทย์หรือพยาบาลจะเป็นผู้ให้คำแนะนำ

3. การผ่าตัด เป็นการตัดเอาต่อมธัยรอยด์บางส่วนออก วิธีนี้ได้ผลเร็วแต่อาจมีผลเสียได้ เช่น อาจตัดเอาต่อมธัยรอยด์ออกมากเกินไปทำให้ต้องรับประทานยาทดแทนฮอร์โมนธัยรอยด์ตลอดชีวิตหรืออาจตัดถูกต่อมพาราธัยรอยด์หรือเส้นประสาทกล่องเสียงได้ แต่ผลเสียเหล่านี้มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อย

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ป่วยธัยรอยด์เป็นพิษ

  1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และควรรับประทานให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
  2. ดื่มน้ำมากๆ
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ
  4. หลีกเลี่ยงความเครียด
  5. รับประทานยาในเวลาเดียวกันสม่ำเสมอ เพื่อรักษาระดับยาในกระแสเลือด และต้องรับประทานยาติดต่อกันตลอดระยะเวลาที่แพทย์สั่ง
  6. ไม่ควรเปลี่ยนสถานที่ในการรักษาโดยไม่จำเป็นเพราะจะทำให้การรักษาไม่ต่อเนื่อง
  7. สังเกตอาการข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยา เช่น มีไข้ เจ็บคอ มีผื่นแดงหรือมีผื่นคันขึ้นตามผิวหนัง ต่อมน้ำเหลืองโต ถ้ามีอาการดังกล่าว ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
  8. สังเกตอาการเริ่มแรกของการขาดฮอร์โมนธัยรอยด์ เช่น ง่วงซึม ขี้หนาว ผิวหนัง- ผมแห้งหยาบ ซึมเศร้า บวมฉุ ซึ่งอาจเป็นผล ข้างเคียงจากการรักษา ก็ควรรีบไปพบแพทย์เช่นกัน
  9. มาตรวจตามนัดทุกครั้ง

อ้างอิง

สาธิต วรรณแสง.(2531). คอพอก.( พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน

สาธิต วรรณแสง.(2540). ถาม- ตอบ. ใน ประเวศ วะสี( บรรณาธิการ), หมอชาวบ้าน

( ปีที่ 19 ฉบับที่ 219, หน้า 55). กรุงเทพฯ : บริษัทพิมพ์ดี

สุรเกียรติ อาชานานุภาพ.(2543). ตำราตรวจรักษาโรคทั่วไป.( พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพ:

สำนักพิมพ์หมอชาวบ้าน บจก.


 

Copyright © 2005 Ramaclinic.com All Right Reserved
Created and Deverlop By RamaCME Teams   :
info@ramaclinic.com eXTReMe Tracker