|
โดย อ.นพ. ไพศาล บุญสะกันต์
ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี
ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว
ถึงวิธีการครองใจคน ด้วยการให้ปัน (ทาน) การใช้คำพูดน่ารัก (ปิยวาจา)
และการบำเพ็ญประโยชน์ (อัตถจริยา) ล้วนเป็นไปเพื่อจัดการหรือเพ่งที่ผู้อื่น
แต่กลวิธีข้อสุดท้ายนี้ จะเน้นการย้อนดูตัว เน้นจัดแจงความเป็นอยู่ของตัวเอง
แล้วจะเป็นผลสะท้อนไปครองใจคนอื่น วิธีนี้เรียกว่า สมานัตตตา
ครับ
ท่านพันเอกปิ่น
มุทุกันต์ ได้กล่าวถึงหลักธรรมข้อนี้ ในหนังสือ พุทธวิธีครองใจคน
โดยให้ความหมายที่เข้าใจง่ายๆ ว่า ความวางตัวสม คือ วางตัวเหมาะสมกับสถานภาพและฐานะของตัว
ซึ่งหากเราลองให้เวลาตนเอง นั่งสงบใจ นั่งพิจารณาดู ก็จะพบว่า ตัวเรานี้เป็นอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
เช่น เราเป็นลูกของคนนี้ เป็นพ่อแม่ของคนนั้น เป็นน้องคนโน้น เป็นศิษย์ของอาจารย์ท่านนี้
เป็นคนไทย ฯลฯ เพียงรู้ตัวว่า ขณะนี้เราเป็นอะไร เท่านี้ก็เป็นการปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นไม่น้อยเลย
นอกจากวางตัวสมสถานภาพของตัวแล้ว
อีกประการหนึ่งคือ มีความเสมอต้นเสมอปลาย แม้ได้ดิบได้ดี เจริญรุ่งเรืองแล้วก็ไม่เย่อหยิ่ง
การรู้จักตัวเองนี้ จัดเป็นธรรมะข้อหนึ่งในสัปปุริสธรรม (คุณสมบัติของคนดี)
7 ประการ คือรู้ว่าตนเป็นใคร เพื่อจะทำตนเองให้เหมาะสมกับหน้าที่นั้นๆ
เมื่อเพิ่มคุณลักษณะสำคัญเข้าไปคือ สมานัตตตา ได้แก่ การวางตัวสมกับที่ตัวเป็น
ในฐานะลูก ก็วางตัวให้สมเป็นลูก ในฐานะเป็นแม่ ก็วางตัวให้สมเป็นแม่
เป็นศิษย์วางตัวให้สมเป็นศิษย์ ฯลฯ ย่อมได้อานิสงส์ที่ปรารถนานั่นคือ
สามารถผูกใจและยึดเหนี่ยวใจคนไว้ได้ อาจมีบางท่านสงสัยว่า คนที่ประพฤติไม่ดีอยู่แล้วและรู้ว่าตัวเป็นคนไม่ดี
เลยยิ่งวางตัวให้สมกับฐานะอันนั้น มิยิ่งไปกันใหญ่หรือ เป็นต้นว่า
คนที่คดโกงก็คดโกงเรื่อยไป คนที่เป็นโจรก็ปล้นฆ่าให้หนักขึ้นไปอีก
นี่จัดเป็นสมานัตตตาหรือไม่? ขอตอบฟันธงเลยว่า ไม่ ด้วยว่าเราทุกคนมีฐานะประการหนึ่งที่เหมือนกันอยู่
คือ ความเป็นมนุษย์ ความเป็นมนุษย์นี้ คอยรองรับฐานะอย่างอื่นๆ
อยู่ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ เป็นลูก เป็นเจ้านาย เป็นศิษย์ หากเกิดเป็นหมาเป็นแมวเสียแล้ว
ก็คงไม่มีมนุษย์คนไหนยกเอามาเป็นหัวหน้าของเขา เป็นต้น
เพราะฉะนั้นในการวางตัวให้สมกับที่ตัวเป็นนั้น
ข้อแรกสุด คือ ต้องวางตัวให้สมกับที่ตัวเป็นมนุษย์ นั่นคือ ต้องมีธรรมะพื้นฐานที่ทำให้ดำรงความเป็นมนุษย์ที่แท้
(ผู้มีใจสูง) ไว้ได้ ดังที่เราได้ยินหรือพูดกันจนคุ้นว่า มนุษยธรรม
ซึ่งก็คือ ศีล 5 การวางตัวนั้น จะต้องไม่ให้สูงเกินไป คือ แสดงอาการเย่อหยิ่ง
จองหอง ดูหมิ่นคนอื่น เห็นคนอื่นต่ำต้อยจนคบหาสมาคมไม่ลง คนเราหากวางตัวสูงเกินไปก็ไม่มีใครอยากคบ
อยากสนับสนุน แต่การวางตัวต่ำเกินไป ปล่อยตัวตามยถากรรมไม่สนใจกฎระเบียบข้อตกลงของสังคม
ทำทีว่าเป็นคนปลงตก ใครจะดูถูกดูแคลนก็ช่าง อย่างนี้ก็ไม่ถูกหลักวิชา
คนเราถ้ามันดีจริง อย่างไรเสียมันก็ต้องดังจนได้ คนดีนั้น ท่านพันเอกปิ่น
มุทุกันต์ ท่านเปรียบเหมือนกลองดี คือหากยังไม่มีใครตีก็อยู่นิ่งๆ
เฉยๆ มีแต่รักษาสมรรถภาพไว้ในตัว พร้อมจะดังได้ทันที เมื่อถึงคราวถูกตี
พอมือหรือไม้ตีกระทบเท่านั้น เป็นอันดังกังวาน แต่หากทำตัวตรงกันข้าม
แม้ตั้งทิ้งไว้เฉยๆ ก็ส่งเสียงดัง คนโบราณเขาเรียกว่า กลองจัญไร
ต้องทุบให้เละ ใส่ไฟเผาเสียให้หมด แม้เศษขี้เถ้าและมูลดินตรงที่เผาก็ต้องขุดกว้าง
2 ศอก ยาว 2 ศอก เอาไปล่องน้ำเสียด้วย แล้วก็ซัดด้วยน้ำมนต์เพื่อไม่ให้เป็นเสนียดบ้านเมือง
เช่นนี้แล้วเราท่านก็โปรดพิจารณากันเอง
ท้ายที่สุด
หลักครองใจคนตามพุทธวิธี 4 ประการ ก็ถึงกาลจบลง หากความดีของบทความนี้มีอยู่บ้าง
ผู้เขียนใคร่ขอให้ผู้อ่านทั้งหลาย โปรดนึกน้อมรำลึกในคุณของพระศาสดา
ที่ทรงพระกรุณาสั่งสอนเราทั้งหลายผู้ที่ยังต้องเวียนเกิดเวียนตาย
อีกทั้งหมู่พระภิกษุสงฆ์และปู่ยาตายายที่ได้กรุณาจดจำสืบทอดกันมาและรักษาความรู้ความจริงของชีวิตนี้ไว้
และขาดเสียไม่ได้ก็คือ ท่านพันเอกปิ่น มุทุกันต์ ผู้รจนาหนังสือ
พุทธวิธีครองใจคน อันทำให้ง่ายต่อการทำความเข้าใจ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้าครับ

พุทธวิธีครองใจคน (1)
พุทธวิธีครองใจคน (2)
พุทธวิธีครองใจคน (3)
พุทธวิธีครองใจคน (จบ)
|