|
ชื่อวิทยาศาสตร์
: Aloe barbadensis Mill.
วงศ์ : Liliaceae
ชื่อสามัญ : Aloe
ชื่ออื่น
: ว่านไฟไหม้ หางตะเข้
ลักษณะ
: พืชล้มลุก มีข้อและปล้องสั้น ใบเดี่ยวเรียงสลับซ้อนกันอยู่
ใบหนาและอวบน้ำ ใบยาวปลายแหลม ริบใบมักมีหนามเล็ก ๆ เรียงรอบต้น
ใบมีสีเขียวอ่อนหรือเขียวเข้ม ด้านบนใบมีลักษณะแบนกว่าด้านใต้ใบ
ภายในมีวุ้นใส ใต้ผิวสีเขียวมีน้ำยางสีเหลือง ดอกช่อ ออกจากกลางต้น
ดอก ย่อยเป็นหลอดห้อยลงสีส้ม บานจากล่างขึ้นบน ผลเป็นผลแห้ง
แตกได้

การขยายพันธุ์ : ใช้หน่อที่เจริญเติบโตจากต้นแม่พันธุ์ที่บริเวณคอดินแยกเอาหน่อที่มีรากติดด้วย
เมื่อต้นแข็งแรงแตกหน่อออกมาได้อีกมากมาย ขึ้นได้ในดินทั่วไปที่ระบายน้ำได้ดี
สรรพคุณ
: แก้พิษไฟไหม้ หรือน้ำร้อนลวก โดยใช้ในการปฐมพยาบาลในรายที่มีอาการไม่หนักมาก
ส่วนที่ใช้เป็นยา :
ใบสด
ประโยชน์ทางสมุนไพร : ใช้วุ้นสดของใบปิดขมับแก้ปวดหัว
การทดลองกับผู้ป่วยพบว่าวุ้นสดใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก
แผลไหม้เกรียมจากแสงแดดและการฉายรังสี แผลสด แผลเรื้อรัง ตลอดจนกินเพื่อรักษาแผลในกระเพาะอาหารได้ดี
วิธีใช้ : ให้เลือกใช้ใบล่างสุดของต้นก่อน
ล้างน้ำให้สะอาด ปอกเปลือกสีเขียวออก ล้างน้ำยางสีเหลืองออก
ให้หมด เพราะอาจระคายเคืองผิวหนังและทำให้มีอาการแพ้ได้ ขูดเอาวุ้นใสปิดพอกบริเวณแผล
หรือฝานเป็นแผ่นบางปิดแผลพันด้วยผ้าพันแผลที่สะอาด เปลี่ยนวันละ
2 ครั้งเช้า-เย็น ทำติดต่อกันทุกวันจนอาการดีขึ้น
นอกจากนี้ยังใช้วุ้นเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางหลายประเภท
เช่น แชมพูสระผม สบู่ ครีมกันแดด เป็นต้น สารที่ออกฤทธิ์เป็นกลัยโคโปรตีนชื่อ
aloctin A ซึ่งมีฤทธิ์ลดการอักเสบและเพิ่มการเจริญทดแทนของเนื้อเยื่อที่แผล
แต่มีข้อเสียคือ สลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกความร้อน ไม่ควรทิ้งวุ้นสดไว้เกิน
24 ชั่วโมง
ปัจจุบันมีการผลิตแบบเป็นเจลบรรจุหลอดพร้อมใช้และเก็บรักษาได้นานเพื่อช่วยให้ใช้ได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น
แต่สำหรับความสวยความงามนั้น โดยนำว่านที่ตัดใหม่ ๆ ไปแช่น้ำให้ยางสีเหลืองไหลออกหมดก่อนแล้วให้ลอกเอาเฉพาะวุ้นที่อยู่ข้างในมาทาหรือพอกหน้าไว้สักพัก
หน้าจะตึง รูขุมขนจะถูกบีบให้เล็กลง ทำให้ความมันบนใบหน้าลดลงได้
ส่วนฝ้า การใช้ว่านหางจระเข้แม้จะไม่ใช่การรักษา แต่เป็นการป้องกันที่ดีค่ะ
เราสามารถนำมาทาเพื่อป้องกันรังสี UV ได้ ซึ่งเมื่อใช้เป็นประจำก็จะทำให้ปัญหาเรื่องฝ้าลดน้อยลง
คำแนะนำ :
ว่านหางจระเข้ไม่เหมาะกับคนที่มีผิวหน้าแห้ง เหมาะสำหรับคนที่ผิวมันมากกว่า
|