ทั่วๆไป
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก เป็นมะเร็งที่มักเกิดในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
พบสูงในช่วงอายุ 50-60 ปี แต่ก็อาจพบได้ในช่วงอายุอื่นๆ อุบัติการณ์ในประเทศที่พัฒนาแล้วจะสูงกว่าในประเทศที่กำลังพัฒนา
สาเหตุของการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
สาเหตุที่แน่นอนของการเกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกยังไม่ทราบแต่พบปัจจัยเสี่ยงได้ดังนี้
-
การที่ร่างกายได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง อาจโดยภาวะที่ร่างกายผลิตขึ้นเอง
หรือจากใช้ยาฮอร์โมนประเภทนี้ในปริมาณสูงติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ
เป็นปัจจัยเสี่ยงที่สูงกว่า
-
ผู้หญิงที่หมดประจำเดือนช้า เพราะเป็นกลุ่มที่ร่างกายมีฮอร์โมนเอส
โตรเจนสูงเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงกว่า
-
ผู้หญิงกลุ่มไม่มีบุตร หรือมีบุตรน้อยเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงกว่า
-
ผู้หญิงอ้วนเป็นความดันและเบาหวานเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงกว่า
การตรวจคัดกรองมะเร็งเยื่อโพรงมดลูก
ในปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพ
อาการและอาการแสดงของมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
อาการและอาการแสดงที่เฉพาะของโรคมะเร็งไม่มี
แต่จะเป็นอาการของความ ผิดปกติที่คล้ายคลึงกับโรคทางระบบสูติ-นรีเวชทั่วๆไป
ได้แก่
-
มีเลือดออกทางช่องคลอดภายหลังที่หมดประจำเดือนไปแล้ว
-
ประจำเดือนมาผิดปกติ เช่น มากะปริบกะปรอย หรือปริมาณมาก หรือจำนวนวันที่มีประจำเดือนมาก
-
ตกขาว
-
อาจมีอาการปวดท้องน้อย ปัสสาวะขัด
-
อาจคลำได้ก้อนในท้องน้อย ซึ่งมักเกิดจากการที่มดลูกมีขนาดโตขึ้น
การตรวจเพื่อการวินิจฉัยและหาระยะโรค
โดยทั่วไปแพทย์จะตรวจดังนี้
-
ซักประวัติ อาการ อาการแสดง และตรวจร่างกายทั่วไปและตรวจภายใน
-
ถ้าสงสัยแพทย์จะทำการขูดมดลูกเอาชิ้นเนื้อไปตรวจทางพยาธิวิทยา
เมื่อผลทางพยาธิวิทยา ระบุว่าเป็นมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก แพทย์จะตรวจ
เพิ่มเติมเพื่อประเมินสุขภาพและหาระยะของโรคโดย
-
ตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการและตรวจปัสสาวะ
-
ตรวจภาพเอกซเรย์ปอด
ในบางครั้ง ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อาจมีการตรวจเพิ่มเติม ซึ่งจะต่างกันในผู้ป่วยแต่ละรายไม่เหมือนกัน
ระยะของโรค
มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกแบ่งเป็น 4 ระยะได้แก่
| ระยะที่
1 |
โรคยังอยู่ในโพรงมดลูกแต่อาจมีการลุกลามเข้าชั้นกล้ามเนื้อ |
| ระยะที่
2 |
โรคลุกลามเข้าปากมดลูก
|
| ระยะที่
3 |
โรคลุกลามอกนอกมดลูก |
| ระยะที่
4 |
โรคลุกลามเข้ากระเพาะปัสสาวะหรือลำไส้ใหญ่หรือแพร่กระจายไปยังอวัยวะที่อยู่ไกลออกไปเช่น
ปอด เป็นต้น ... |
ความรุนแรงของโรค
ความรุนแรงของโรคขึ้นกับปัจจัยหลายอย่างได้แก่
-
ระยะของโรคระยะสูงขึ้น ความรุนแรงของโรคก็สูงขึ้น
-
การลุกลามของเซลล์มะเร็งเข้าชั้นกล้ามเนื้อ
- ชนิดของเซลล์มะเร็ง
-
ขนาดของก้อนมะเร็ง
-
การลุกลามไปต่อมน้ำเหลือง
-
อายุ ผู้ป่วยอายุมากกว่า 65 ปี มักมีความรุนแรงมากกว่าผู้ป่วยอายุน้อยกว่า
-
สุขภาพโดยทั่วไปของร่างกายและโรคร่วมอื่นๆ ซึ่งถ้าร่างกายไม่สมบูรณ์
จะเป็นอุปสรรคต่อการรักษา
การรักษามะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
การรักษามะเร็งชนิดนี้มี 4 วิธี คือ การผ่าตัด รังสีรักษา เคมีบำบัดและฮอร์โมน
การผ่าตัด เป็นการรักษาหลักได้แก่
การผ่าตัดเอามดลูก ปีกมดลูก และรังไข่ออก และภายหลังการผ่าตัดจะมีการตรวจชิ้นเนื้อต่างๆ
ทางพยาธิวิทยาอีกครั้ง
เพื่อเป็นข้อบ่งชี้ว่าควรจะมีการรักษาร่วมอื่นๆ เช่น รังสีรักษา
หรือเคมีบำบัด หรือฮอร์โมนร่วมด้วยหรือไม่
รังสีรักษา
อาจใช้ร่วมกับการผ่าตัดแต่บางครั้งถ้าผ่าตัดไม่ได้ก็อาจใช้เพียงรังสีรักษา
รังสีอาจใช้ร่วมกับเคมีบำบัด หรือ ฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
รังสีการ แพทย์ มีทั้งการฉายรังสีและการใส่แร่ ซึ่งอาจใช้เพียงวิธีการเดียวอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือทั้ง 2 วิธีการร่วมกัน ทั้งนี้ขึ้นกับข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ของผู้ป่วยแต่ละราย
เคมีบำบัด
มักใช้ในโรคระยะลุกลาม มักใช้ร่วมกับการผ่าตัด
หรือ รังสีรักษา ฮอร์โมน มักใช้ในผู้ป่วยที่โรคลุกลามแต่มีผู้ป่วยส่วนน้อยที่การรักษาได้ผลด้วยวิธีนี้
การติดตามผลการรักษา
ภายหลังการรักษาครบแล้ว
แพทย์จะนัดตรวจดูแลรักษาผู้ป่วยต่อเนื่องเสมอ โดยมักนัดทุก 1-2
เดือน ในปีแรกหลังการรักษาในปีที่ 2-3 อาจนัดตรวจทุก 2-3 เดือน
ในปีที่ 3-5 มักนัดตรวจทุก 3-6 เดือน และภายหลัง 5 ปีไปแล้วมักนัดทุก
6-12 เดือน
ในการมาตรวจกับแพทย์ควรนำญาติสายตรงหรือผู้ดูแลมาด้วย เพื่อร่วมปรึกษาพูดคุยกับแพทย์โดยตรง
และควรนำยาหรือผลตรวจต่างๆ จากแพทย์ท่านอื่น (ถ้ามีแพทย์ดูแล หลายคน)
มาแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยทั้งนี้ก็เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม